10.
10
ข่าว | 10 10 2018

นายกฯประยุทธ์ เชิญชวนภาคธุรกิจญี่ปุ่นมาร่วมพัฒนาและเติบโตไปกับไทย และประเทศลุ่มน้ำโขง

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และผู้นำลุ่มน้ำโขง เข้าร่วมการสัมนาMekong Japan Business Forumซึ่งจัดโดยองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่นJETRO ณ โรงแรม Palace Tokyo กรุงโตเกียว


 นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชม JETRO ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนของญี่ปุ่นในไทยมาโดยตลอด 

 
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงอยู่ในช่วงปรับตัวเข้ากับโลกปัจจุบัน ประเทศลุ่มน้ำโขงได้เห็นชอบแผนแม่บท ACMECS ระยะ 5 ปี ซึ่งมีเป้าหมายพัฒนาความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อทั้งทางกายภาพ กฎระเบียบ และประชาชน สำหรับประเทศไทยนั้นได้มีการวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยยกระดับภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งเตรียมกำลังคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมในยุค 4.0 และโครงการ EEC จึงขอเชิญมาร่วมลงทุนเพื่อเติบโตไปด้วยกัน

 
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีให้ความมั่นใจในเสถียรภาพทางการเมืองของไทยและการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเศรษฐกิจไทยปีที่แล้วเติบโตร้อยละ 3.9 และปีนี้คาดว่าจะเติบโตร้อยละ 4.2-4.7 พร้อมกล่าวถึง นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้นโยบายประเทศไทย 4.0 และผลประโยชน์ที่ภาคเอกชนญี่ปุ่นจะได้รับจากการลงทุนใน EEC

 
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความเชื่อมโยงในอนุภูมิภาค ควบคู่ไปกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งไทยให้ความสำคัญและได้วางแผนระยะยาว จึงเชื่อมั่นว่าภาคธุรกิจของญี่ปุ่นสามารถเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้


พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และผู้นำลุ่มน้ำโขง เข้าร่วมการสัมนา Mekong – Japan Business Forumซึ่งจัดโดยองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ณ โรงแรม Palace Tokyo กรุงโตเกียว

 
นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชม JETRO ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนของญี่ปุ่นในไทยมาโดยตลอด

 
 นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงอยู่ในช่วงปรับตัวเข้ากับโลกปัจจุบัน ประเทศลุ่มน้ำโขงได้เห็นชอบแผนแม่บท ACMECS ระยะ 5 ปี ซึ่งมีเป้าหมายพัฒนาความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อทั้งทางกายภาพ กฎระเบียบ และประชาชน สำหรับประเทศไทยนั้นได้มีการวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยยกระดับภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งเตรียมกำลังคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมในยุค 4.0 และโครงการ EEC จึงขอเชิญมาร่วมลงทุนเพื่อเติบโตไปด้วยกัน

 
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีให้ความมั่นใจในเสถียรภาพทางการเมืองของไทยและการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเศรษฐกิจไทยปีที่แล้วเติบโตร้อยละ 3.9 และปีนี้คาดว่าจะเติบโตร้อยละ 4.2-4.7 พร้อมกล่าวถึง นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้นโยบายประเทศไทย 4.0 และผลประโยชน์ที่ภาคเอกชนญี่ปุ่นจะได้รับจากการลงทุนใน EEC

 
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความเชื่อมโยงในอนุภูมิภาค ควบคู่ไปกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งไทยให้ความสำคัญและได้วางแผนระยะยาว จึงเชื่อมั่นว่าภาคธุรกิจของญี่ปุ่นสามารถเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้