07.
11
ข่าว | 07 11 2018

นายกฯประยุทธ์ พบปะประชาชน จ.กาญจนบุรี พร้อมสนับสนุนโรงงานกระดาษไทย เป็นพื้นที่สาธารณะและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ “ภูมิบ้าน ภูมิเมืองกาญจน์” แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัด

7 พฤศจิกายน 2561 เวลา 10.00 น. ณ โรงงานกระดาษไทย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเยี่ยมชมลานศิลปวัฒนธรรม “ภูมิบ้าน ภูมิเมืองกาญจน์วิถีชีวิตของชาวกาญจนบุรี พร้อมรับฟังบรรยายสรุปความสำคัญของศิลปวัฒนธรรม และความเป็นมาของโรงงานกระดาษไทย จากอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติชาวจังหวัดกาญจนบุรี โดยนายกรัฐมนตรีได้ตีกลองศึก เพื่อเป็นการปลุกขวัญและให้กำลังใจ
 

โรงงานกระดาษไทย เป็นโรงงานกระดาษแห่งที่ 2 ของประเทศไทย ใช้ผลิตกระดาษและธนบัตรในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยใช้ไม้ไผ่เป็นวัตถุดิบผลิตเยื่อกระดาษ เป็นโรงงานที่ทันสมัยที่สุดในขณะนั้น ต่อมาประสบภาวะขาดทุน คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้ยกเลิกกิจการ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2525 จากนั้น จึงได้ให้บริษัทเอกชนเช่า

ทั้งนี้ ภาคประชาสังคมและภาคเอกชนรวมถึงจังหวัดกาญจนบุรีได้ยื่นข้อเสนอให้ทบทวนแนวทางการพัฒนาพื้นที่ โดยเสนอให้พัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของจังหวัด เนื่องจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นเขตโบราณสถานเมืองเก่าที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมกับขอรับการสนับสุนนให้กรมธนารักษ์อนุญาตให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรีใช้ประโยชน์เป็นสวนสาธารณะและแหล่งศึกษาเชิงประวัติศาสตร์ ผ่านการบริหารจัดการของคณะกรรมการร่วม 3 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ เอกชน และประชาชน
 

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวพบปะกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับตอนหนึ่งว่า จังหวัดกาญจนบุรีเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีโบราณสถานหลายแห่งที่ได้พัฒนากลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ รวมถึงโรงงานกระดาษไทยที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ถือเป็นโรงงานแห่งแรกในประเทศไทยที่ผลิตธนบัตรไทย เพื่อให้เป็นพื้นที่สาธารณะและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ “ภูมิบ้าน ภูมิเมืองกาญจน์” รวมทั้งเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัด โดยการบริหารจัดการร่วมกันของทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนตามความต้องการของประชาชน ขอให้ประชาชนช่วยกันรักษามรดกอันล้ำค่านี้ไว้เพื่อส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นต่อไป และเพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ ให้แก่เด็กและเยาวชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป

 
ในส่วนของการส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าเกษตรปลอดภัย ให้เป็นเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ขอให้เกษตรปรับเปลี่ยนแนวคิดในการผลิตเกษตรอินทรีย์ พร้อมกับมอบหมายให้ภาครัฐส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ภายในจังหวัด กลุ่มจังหวัด ในประเทศ และต่างประเทศ โดยต้องส่งเสริมให้มีการวางแผนการผลิตอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผลผลิตสามารถป้อนเข้าสู่ตลาดได้ตลอดทั้งปี ส่วนด้านคุณภาพชีวิต รัฐบาลพร้อมสนับสนุนและดำเนินงานให้สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชนในทุกด้าน รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในประเทศให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งเรื่องสุขภาพ การศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน รายได้ และการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะการที่จะทำอย่างไรจึงจะทำให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตที่ดีได้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม

โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการออกนโยบาย มาตรการ และโครงการต่างๆ เพื่อที่จะสนับสนุนและพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โครงการสวัสดิการผู้สูงอายุ เป็นต้น พร้อมกับขอให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและโทรศัพท์ในการค้นหาความรู้ให้ได้มากที่สุด อย่าไปใช้เพื่อสร้างความขัดแย้ง และมีหลักคิดที่ดี มีความเข้าใจ อย่างเป็นกระบวนการ

พร้อมฝากให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานให้ดี และฝากครูสอนให้นักเรียนรู้จักคิดวิเคราะห์ให้เป็น แนะนำให้นักเรียนค้นหาตัวเองให้เจอ เพื่อจบมาแล้วจะได้มีงานทำสามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว รวมทั้งฝากให้ส่วนท้องถิ่นดูแลประชาชนในพื้นที่ โดยไม่เลือกว่าจะเชื้อชาติไหน เพราะล้วนเป็นคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น และขอให้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประเทศต่อไป