19.
10
ข่าว | 19 10 2018

นายกฯประยุทธ์ พบหารือกับผู้นำจากยุโรปและเอเชียสร้างความเชื่อมั่นพัฒนาการประเทศไทย

ในระหว่างการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 12 ณ อาคารยูโรปา พลเอกประยุทธฺ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พบหารือทวิภาคีกับผู้นำจากเบลเยี่ยม เกาหลีใต้ สมาพันธรัฐสวิส สาธารณรัฐเช็ก ตามลำดับ
 
โดยนายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้สร้างความเชื่อมั่นต่อพัฒนาการทางเศรษฐกิจและการเมืองของไทยที่จะมีการเลือกตั้งในต้นปีหน้า การเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2562 ที่ต้องการความร่วมมือกับประเทศต่างๆเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือและการพัฒนาภูมิภาค รวมทั้งการเชิญชวนเข้าเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาในกรอบ ACMECS ส่วนประเด็นทวิภาคีได้มีการหารือดังนี้
 
การหารือกับนายชาร์ลส์ มิเชล (Charles Michel) นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรเบลเยียม ได้เห็นพ้องที่จะเพิ่ม พลวัตความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือทาง เศรษฐกิจระหว่างกัน ภายใต้นโยบายประเทศไทย 4.0 และโครงการ EEC ในสาขาที่เบลเยียมมี ความเชี่ยวชาญ และผลักดันให้รื้อฟื้นการเจรจาความตกลงการค้าเสรี ไทย-สหภาพยุโรป โดยเริ่มจากการเจรจาเทคนิคใน โอกาสแรก โดยไม่ต้องรอหลังเลือกตั้ง นอกจากนี้ จะส่งเสริมให้มีความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ที่เป็น รูปธรรมมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมให้มีความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้นด้วย
 
การหารือกับนายมุน แช-อิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) โดยนายกรัฐมนตรียินดีกับนโยบาย New Southern Policy (NSP) ซึ่งจะเป็นโอกาสที่จะกระชับความเป็นหุ้นส่วนทาง ยุทธศาสตร์ระหว่างกันด้วย ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ได้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนหลายครั้งในปีนี้ และขอเชิญ ปธน. มุน แช-อิน เยือนไทยในปีหน้า ทั้งนี้ ไทยและเกาหลีใต้มีความร่วมมือด้านการทหาร (การจัดซื้อ ยุทโธปกรณท์ทางทหารและการฝึกร่วม Cobra Gold) และเห็นควรสนับสนุนการค้าและการลงทุนระหว่างกัน เพิ่มขึ้น โดยอาจพิจารณารื้อฟื้น JTC (Joint Trade Commission) และ KOTCOM ให้เกิดขึ้นปีหน้า ในโอกาสนี้ ผู้นำทั้งสองเห็นว่า นโยบาย New Southern Policy สามารถเชื่อมโยง กับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะ โครงการ EEC และกรอบ ACMECS ได้อย่างดี พร้อมทั้ง เชิญชวนเกาหลีใต้ร่วมลงทุนในโครงการโครงสร้าง พื้นฐานต่าง ๆ ทั้งด้านคมนาคมขนส่ง รวมทั้งโครงการ ต่าง ๆ ใน EEC เน้นย้าสาขาความร่วมมือที่เกาหลีใต้สนใจ 4 สาขา คือ (1) โครงสร้างพื้นฐาน/การคมนาคมขนส่ง (2) การบริหารจัดการน้า (3) เทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร/เมืองอัจฉริยะ และ (4) พลังงานในประเด็นภูมิภาค นายกรัฐมนตรียินดีกับผลสาเร็จจากการประชุมสุดยอดผู้นาเกาหลี (Inter-Korean Summit) ที่กรุงเปียงยาง และชื่นชมและสนับสนุนต่อความพยายามทางการทูตของ ประธานาธิบดีมุนฯ เพื่อหาทางออกอย่างสันติ ทั้งนี้ ในฐานะประธานอาเซียนในปีหน้า ไทยพร้อม สนับสนุนเกาหลีใต้ในการดาเนินนโยบายเพื่อสร้าง สันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี
 
การหารือกับนายจูเซปเป กอนเต นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอิตาลี ทั้งสองฝ่ายจะขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่การค้าและการลงทุนไทย-อิตาลีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและยังมีลู่ทางที่จะขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกันได้อีกมาก ซึ่งการจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างกันจะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และจะนำไปสู่การเจรจาความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-สหภาพยุโรปต่อไป ทั้งนี้ อิตาลียังให้ความสนใจการลงทุนในพื้นที่ EEC ในสาขาการพัฒนาและบริหารโครงสร้างพื้นฐานสนใจ โครงการรถไฟความเร็วสูง นอกจากนี้ จะสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนระหว่างกันมากขึ้น เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มพูนการค้าการลงทุนระหว่างกัน โดยไทยชื่นชมบทบาทของอิตาลีในการผลักดันการจัดตั้งสภาธุรกิจไทย-อิตาลีระหว่างภาคธุรกิจชั้นนำของทั้งสองประเทศ เพื่อเป็นช่องทางในการสร้างเครือข่ายและส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน
 
การหารือกับนายอาแล็ง แบร์เซ (H.E. Mr. Alain Berset) ประธานาธิบดีแห่งสมําพันธรัฐสวิส พลเอกประยุทธ์ ขอบคุณที่ฝ่ายสวิสดําเนินแนวทางตามสหภาพยุโรปในการฟื้นฟูการมีปฏิสัมพันธ์กับไทย และพร้อมร่วมมือกับสวิสในลักษณะไตรภาคีในการให้ความช่วยเหลือ ด้านการศึกษากับประเทศ CLMV ซึ่งจะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำและ ลดต้นเหตุความขัดแย้ง ทั้งสองเห็นพ้องขยายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการศึกษา ซึ่งไทยชื่นชมศักยภาพและองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษาของสมาพันธรัฐสวิส และพร้อมมีความร่วมมือกับฝ่ายสวิสในด้านดังกล่าวเพื่อช่วยให้ไทยบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ ประเทศไทย 20 ปี และนโยบายประเทศไทย 4.0
 
การหารือกับนายอันเดรย์ บาบิช (H.E. Mr. Andrej Babiš) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐเช็ก เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีในด้านต่าง ๆ ส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว 2 ฝ่าย โดยผลักดัน การเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ-กรุงปราก ในโอกานี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนภาคเอกชนเช็กมาลงทุนใน EEC เพิ่มเติม (มีบริษัท Workpress Aviation ผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในเครื่องบิน เข้ามาลงทุนใน EEC เป็นรายแรก แล้ว) โดยเฉพาะในสาขาที่เช็กมีความเชี่ยวชาญ ได้แก่ อุตสาหกรรม ยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ นาโนเทคโนโลยี อุตสาหกรรมเครื่องจักร ด้านการเกษตร ยุทโธปกรณ์ด้านอากาศยาน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการแพทย์แบบครบวงจร
 
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังมีการพบปะพูดคุยกับผู้นำที่เข้าร่วมการประชุม เช่น อังกฤษ อิตาลี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการดำเนินการของไทยในการพัฒนาประเทศสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน พร้อมใช้โอกาสนี้ติดตามความร่วมมือต่างๆที่มีต่อกันให้เกิดผลรูปธรรมและต่อเนื่อง