วิสัยทัศน์

การบริหารประเทศและการดูแลพี่น้องประชาชน ไม่ว่าใครจะเป็นผู้บริหารประเทศจะต้องทำงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาล คำนึงถึงผลประโยชน์และความเป็นอยู่ทุกข์สุข ของส่วนรวมและของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก รวมทั้งประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน มิตรประเทศและประชาคมระหว่างประเทศควบคู่กันไป ภายใต้บริบท “ เราจะเข้มแข็งไปด้วยกัน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ” 

 

สิ่งสำคัญจะต้องมีการวางยุทธศาสตร์ และแผนแม่บทที่ชัดเจน  เพื่อนำประเทศชาติและประชาชนไปสู่จุดหมายปลายทางที่มีความมั่นคงในทุกมิติ  พร้อมสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียมให้ประชาชน คนไทยทุกคนมีความอยู่ดีกินดี มีการพัฒนา และมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นระบบ สมดุลกับสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ  ภายใต้วิสัยทัศน์ “ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน".

มั่นคง

ประเทศไทยต้องมีความมั่นคงในทุกระดับ และทุกมิติ มีสถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นศูนย์กลางและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน ระบบการเมืองต้องมีความมั่นคง พร้อมที่จะเป็นกลไกนำพาประเทศไปสู่การบริหารประเทศที่ต่อเนื่อง โปร่งใส มีธรรมาภิบาล ที่สำคัญสังคมและประชาชนต้องมีความมั่นคงด้านรายได้ มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีความสามัคคีปรองดอง อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขเป็นปึกแผ่น พร้อมที่จะช่วยกันขับเคลื่อน และพัฒนาประเทศไทย

 

แนวทางการแก้ไขปัญหาของประเทศ แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่

 

ระยะแรก มุ่งระงับยับยั้งความแตกแยกและแก้ไขผลกระทบจากการที่รัฐบาลอยู่ในสภาพที่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ รวมทั้งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินให้สามารถดำเนินต่อไปได้ เพื่อมุ่งนำความสงบ ความสุขคืนสู่ประเทศ

 

ระยะที่สอง คือ การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อเป็นกลไกสำหรับการบริหารประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งรัฐบาลทำหน้าที่บริหารประเทศ กำหนดนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่พิจารณา กลั่นกรอง แก้ไขกฎหมาย สภาปฏิรูปแห่งชาติ และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มุ่งเน้นการทำงานในส่วนที่เป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

 

ระยะที่สาม คือ การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวรแลการจัดการเลือกตั้งทั่วไป

มั่งคั่ง

ความเจริญเติบโตของประเทศจะต้องอยู่บนพื้นฐานของความทั่วถึงและเป็นธรรม โดยรัฐบาลให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศให้มีความก้าวหน้า โดยครอบคลุมทุกภาคส่วน ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อสร้างรายได้ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ  นอกจากนี้ ต้องวางรากฐานด้านเศรษฐกิจและสังคมให้สอดคล้องกับอนาคตเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลก โดยประชาชนในทุกระดับสามารถปรับตัวไปพร้อมกันได้ ในการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลให้ความสำคัญในการดำเนินงานเพื่อให้มีการปฏิรูปในด้านต่างๆ จัดระเบียบสังคม ส่งเสริมความสามัคคี และคามสมานฉันท์ของคนในชาติ พร้อมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นปรัชญานำทาง

 

ผลการดำเนินงานที่สำคัญของรัฐบาลในช่วง 2 ปีแรก ภายใต้หลักการ “ทำก่อน ทำจริง ทำทันที มีผลสัมฤทธิ์และยั่งยืน” เช่นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ นักลงทุน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมทั้งเวทีการเมืองระหว่างประเทศ โดยในด้านความเชื่อมั่นภาคครัวเรือน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 57.7 ในเดือนเมษายน 2557 มาอยู่ที่ระดับ 61.5 ในเดือนกันยายน 2558 ดัชนีความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 44.3 ในเดือนเมษายน 2557 มาอยู่ในระดับ 46.4 ในเดือนกันยายน 2558 ในด้านความเชื่อมั่นจากเวทีเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ เพื่อนำพาเศรษฐกิจของประเทศกลับมาสู่ความมั่งคง และมั่งคั่ง และยั่งยืน

 

ยั่งยืน

การพัฒนาที่ยั่งยืน ต้องสร้างความเจริญ รายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ต้องเป็นการเจริญเติบโตที่อยู่บนหลักการใช้ การรักษา และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน สมดุล และเหมาะสม มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง คนไทยทุกคนมีความรับผิดชอบต่อสังคม สังคมมีความเอื้ออาทร เสียสละเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม และคนไทยมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศไทยของเราอย่างสมดุล มีเสถียรภาพ และยั่งยืน 

โดยมีกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งสาระสำคัญมี 6 ด้าน

 

1. ด้านความมั่นคง มีเป้าหมายสำคัญ คือ ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เน้นการบริหารจัดการสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความมั่นคง ปลอดภัย และมีความสงบเรียบร้อยในทุกระดับ ควบคู่ไปกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต 

 

2. ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มุ่งเน้น การยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติบนพื้นฐานแนวคิด “ต่อยอดอดีต” “ปรับปัจจุบัน” และ “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต” 

 

3. ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ เพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง มีคุณภาพ และเป็นพลเมืองดีของชาติ 

 

4. ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ให้ความสำคัญการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่างๆ ร่วมขับเคลื่อน สนับสนุนการรวมตัวของประชาชนในการร่วมคิดร่วมทำเพื่อส่วนรวม  

 

5. ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ

 

6. ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ มีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนภาครัฐ ต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาทภารกิจ ปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา