18.
03
ข่าว | 18 03 2019

นายกฯประยุทธ์ เยี่ยมชมความคืบหน้า การก่อสร้างโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช

18 มีนาคม 2562 เวลา 14.00 น. ที่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตำบลไทยบุรี อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่นครศรีธรรมราช ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการก่อสร้างโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งเบื้องต้นเป็นโรงพยาบาลที่เปิดให้บริการแก่บุคคลากร นักศึกษา และประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งสนับสนุนการเรียนการสอน แพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ สหเวชศาสตร์ และสาธารณสุขศาสตร์ ทั้งนี้ การก่อสร้างได้ดำเนินการเสร็จแล้วกว่า 80% คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2564 รองรับผู้มาใช้บริการมากกว่า 1,000,000 คนต่อปี โดยจะรักษาในระดับตติยภูมิ ให้บริการดูแลรักษาโรคที่ซับซ้อน ใช้เครื่องมือที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงใหม่ล่าสุด รวมทั้งจัดศูนย์ความเป็นเลิศ 5 ด้าน ได้แก่ ด้านหัวใจและหลอดเลือด ด้านศูนย์มะเร็ง ด้านศูนย์ผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย ด้านผู้สูงอายุ และเป็นศูนย์เวชศาสตร์การท่องเที่ยวและการเดินทางในเขตภาคใต้ตอนบน
 
ภายหลังการตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปความคืบหน้าการก่อสร้างโรงพยาบาล นายกรัฐมนตรีกล่าวกับนักศึกษาและประชาชนที่มาให้การต้อนรับตอนหนึ่งว่า รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างในการแก้ไขปัญหาเรื่องสินค้าการเกษตรให้มีราคาที่ดีขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และต้องการให้ประชาชนเดินหน้าไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า ทั้งนี้ ภาคใต้เป็นสังคมที่หลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นพหุสังคม ซึ่งทุกศาสนาต้องอยู่ร่วมกันอย่างสันติ สมานฉันท์ มีความปรองดอง จะแบ่งแยกกันไม่ได้ ขอให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
 
ในส่วนเรื่องของการสาธารณสุข นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องเพิ่มการรักษาแบบปฐมภูมิมากขึ้น เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รวมถึง อสม. ต้องบริการผู้ป่วยถึงบ้านโดยเฉพาะผู้ป่วยสูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียงให้มีโอกาสเข้าถึงการดูแลรักษามากขึ้น นอกจากนี้ ต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับเครื่องมืออุปกรณ์ในการสาธารณสุขด้วย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วย และประชาชนต้องดูแลรักษาร่างกายให้แข็งแรง เพราะร่างกายแข็งแรงก็จะไม่ต้องเสียงบประมาณในการดูแล และยินดีให้การสนับสนุนการดำเนินงานและงบประมาณสำหรับศูนย์การแพทย์แห่งนี้
 
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตัวเองเป็นหัวหน้าครอบครัวมีลูกกว่า 68 ล้านคน ต้องดูแลให้ทั่วถึง และจะทำงานต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ขอประชาชนอย่ารังเกียจ พร้อมร้องเพลง “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน” เพราะที่นี่คือประเทศไทย จะต้องเข้มแข็งไปพร้อมกัน ทุกคนจะต้องรักและสามัคคี พัฒนาไปด้วยกัน และกล่าวยอมรับว่าเหนื่อย แต่จะไม่ท้อ ขอให้ทุกคนสู้ไปพร้อมกัน จากนั้น นายกรัฐมนตรีเดินทักทายพบปะกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับ โดยประชาชนต่างเปล่งเสียงบอกนายกฯ สู้ๆ