24.
12
ข่าว | 24 12 2018

นายกฯ ประยุทธ์ รับฟังข้อเสนอแนวทางการพัฒนาเกาะเกร็ด แนะให้ลูกหลานคนรุ่นใหม่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน ต่อยอดการพัฒนา

24  ธ.ค .61 เวลา 15.40 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางมายังวัดปรมัยยิกาวาส ตำบลเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี  เพื่อรับฟังข้อเสนอแนวทางการพัฒนาเกาะเกร็ดจากชาวเกาะเกร็ด รวมทั้งเยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และพหุวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เมื่อเดินทางมาถึง นายกรัฐมนตรี ได้สักการะพระนนทมุนินทร์ (พระประจำจังหวัดนนทบุรี)  และกราบนมัสการพระราชญาณมงคล (เสน่ห์ ปภงกโร) เจ้าอาวาสวัดปรมัยยิกาวาส ณ วิหารพระไสยาสน์ เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย โดยมี ผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก

เกาะเกร็ด เป็นเกาะตั้งอยู่ใจกลางในแม่น้ำเจ้าพระยา  (อยู่ในเขตจังหวัดนนทบุรี) ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ของจังหวัดนนทบุรี โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และพหุวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยเป็นถิ่นฐานของชุมชนชาวมอญที่รักษาขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมมอญไว้อย่างเหนียวแน่น นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา วัดสำคัญต่าง ๆ รวมทั้ง การเลือกซื้ออาหาร และ ผลิตภัณฑส์สินค้าต่าง ๆ ที่หลากหลาย ตลอดจนเครื่องปั้นดินเผาโอ่งกระถางเซรามิกรูปร่างต่าง ๆ เป็นต้น

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้พบปะประชาชนและรับฟังข้อเสนอแนวทางการพัฒนาเกาะเกร็ดในอนาคต ในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ดังนี้ 1. ชาวเกาะเกร็ดต้องการให้มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในเกราะเกร็ดให้ทันสมัยมีแผนที่อัจฉริยะ ที่บอกเส้นทาง และแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายภาษา เนื่องจากคนในชุมชน ยังมีปัญหาเรื่องการสื่อสารกับชาวต่างชาติ รวมทั้งจัดทำ QR CODe appication รวมสถานที่แหล่งท่องเที่ยว กระจายไปทั่วเกาะ 2. สร้างเส้นทางปั่นจักรยานบริเวณรอบเกาะเพราะปัจจุบัน ขาดหายไป1.5 กิโลเมตร  และ 3. ให้อนุรักษ์สวนผลไม้ "ทุเรียนนนท์" ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม

ภายหลังการรับฟัง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญ ในการส่งเสริมการท่องเที่ยง เมืองหลักเมืองรอง โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้าง story ของชุมชนให้ต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน ปรับสภาพแวดล้อมให้สวยงาม ในส่วนปํญหาเรื่องน้ำท่วมและแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเกาะเกร็ดนั้น จากการพิจารณาเบื้องต้นมีแนวทางที่เหมาะสม คือ การสร้างกำแพงป้องน้ำท่วมสูงประมาณ 1.00 - 1.20 เมตร ล้อมรอบเกาะชั้นในพร้อมสร้างเส้นทางสัญจร ความยาวประมาณ 7 กิโลเมตร รวมทั้ง ก่อสร้างอาคารควบคุมบังคับน้ำปากคลองทุกสาย โดยจะมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการการแก้ปัญหาต่อไป

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า เกาะเกร็ดเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง การขับเคลื่อนพัฒนาชุมชนเกาะเกร็ดให้มีประสิทธิภาพนั้น จะต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ในการนำศักยภาพทั้งหมดมาปรับประยุกต์และยกระดับการท่องเที่ยว เกษตรกรรม และศิลปวัฒนธรรม รวมถึงศาสนาให้บูรณการเชื่อมโยงกันถึงประวัติศาสตร์และคุณค่าของทรัพยากรที่มีอยู่ โดยให้ลูกหลานชาวเกาะเกร็ดที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ เป็นกำลังสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนและต่อยอดการพัฒนาพื้นที่เกาะเกร็ดให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

จากนั้น นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชน การท่องเที่ยวเชิงวิถีพหุวัฒนธรรม ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และส่งเสริมสุขภาพ  และชมเส้นทางการท่องเที่ยวทางจักรยาน การอนุรักต์สวนผลไม้ "ทุเรียนนนท์" (จากปราชญ์ทุเรียนนนท์สู่ Smart Farmer) รวมทั้ง เยี่ยมชมการพัฒนาสินค้า OTOP นวัตวิถี โดยนายกรัฐมนตรีได้เซ็นชื่อบน ผ้าบาติก และกระถางดินเผา เป็นที่ระลึกให้แก่ชุมชนด้วย