25.
01
ข่าว | 25 01 2019

นายกฯ ประยุทธ์ กล่าวถึงประเด็นหลักในการพัฒนาประเทศ ในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

 


พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับประชาชนผ่านรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ในวันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2562 เวลา 20.15 น. ในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งสรุปสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีกับนักกีฬาไทยและความสำเร็จของไทยในด้านอื่นๆ  ได้แก่ ทีมฟุตบอล
“ช้างศึกไทย” ที่เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย เอเชี่ยนคัพ  “น้องเมย์” รัชนก  อินทนนท์ คว้าแชมป์มาเลเซีย มาสเตอร์ส 2019 เป็นสมัยที่ 2 และ “โปรแจ๊ส” อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ ได้แชมป์ เอสเอ็มบีซี สิงคโปร์ โอเพน   

 

นอกจากนี้  ประเทศไทยยังได้รับคืนโบราณวัตถุและศิลปวัตถุจากสหรัฐอเมริกา เกือบ 50 รายการ ซึ่งเป็นโบราณวัตถุยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยวัฒนธรรมบ้านเชียง อายุมากกว่า 1,500 ปี  ในรัฐบาลนี้ได้มีการติดตามและได้รับมอบกลับคืนโบราณวัตถุที่ถูกลักลอบนำออกนอกประเทศแล้ว 8 ครั้ง กว่า 750 รายการ  ทั้งนี้ ธนาคารโลกได้แสดงความเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจไทยจะเติบโตแข็งแรงอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยอีก 2 ปี  โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ คือ การเติบโตจากความต้องการสินค้าและบริการภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น การบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนและภาครัฐ รวมทั้งนโยบายรัฐที่สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและแรงต้านของเศรษฐกิจโลกได้ดี


 
รัฐบาลจัดทำรายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาล ปีที่ 4 ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จาก www.thaigov.go.th หรือ www.nesdb.go.th และการจัดมหกรรมการสร้างการตระหนักรู้ต่อยุทธศาสตร์ชาติ “อนาคตไทย อนาคตเรา” ระหว่างวันพุธ 30 มกราคม – วันศุกร์ 1 กุมภาพันธ์ ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  เพื่อให้คนไทยรับรู้ถึงบริบทของโลกและความท้าทายในอนาคต เข้าใจแนวคิดและสาระสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติ  นายกรัฐมนตรียังขอให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันสร้างไทยไปด้วยกัน ขับเคลื่อนบ้านเมืองไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน พร้อมเชิญชวนสื่อมวลชนทุกแขนง ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินหน้าประเทศไทย นำเสนอสาระ ความรู้ เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรก ไปสู่ประชาชนอย่างทั่วถึง

 

ในรายการ ฯ นายกรัฐมนตรียังกล่าวเกี่ยวกับหลักคิดของรัฐบาลและประเด็นการปฏิรูปประเทศ ในการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ดังนี้


1. การบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินที่มีอยู่จำกัด ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุด พร้อมกับการพัฒนาคนด้วยการศึกษา ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ยกระดับเกษตรกรเป็น Smart farmer เพิ่มพูนความรู้ผ่านเน็ตประชารัฐ ลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต โดยบางพื้นที่อาจส่งเสริมให้ใช้ประโยชน์อย่างอื่นที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า เน้นการมีส่วนร่วม  ส่งเสริมการสร้างงาน สร้างรายได้ ตามที่ชุมชนต้องการ หรือ “ระเบิดจากข้างใน” ผลักดันให้มีหน่วยงานใหม่เข้ามารับผิดชอบในการบริหารที่ดินของประเทศ (ลักษณะเดียวกับ สนทช. (สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ)) เพื่อบูรณาการการใช้ประโยชน์ทั้งที่ดินของเอกชนและของรัฐอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

 

2. การกำหนดให้เวชภัณฑ์เกี่ยวกับการรักษาโรค และบริการรักษาพยาบาล เป็นรายการสินค้าและบริการควบคุมใหม่ ในปี 2562  เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน เหมาะสม โปร่งใส และเป็นธรรม  โดยมีคณะอนุกรรมการพิจารณาราคายาและเวชภัณฑ์ ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการทางการแพทย์ และค่าบริการอื่นของสถานพยาบาล ประกอบด้วย ตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กรมบัญชีกลาง สมาคมโรงพยาบาลเอกชน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัย และผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์ ร่วมกันพิจารณากำหนดมาตรการที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย  ปฏิรูปการให้บริการสุขภาพของรัฐให้มีมาตรฐานและทั่วถึง เน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา และการรองรับสังคมผู้สู่วัยในอนาคต ซึ่งโรงพยาบาลเอกชนยังสามารถรองรับนโยบายเมดิคอล ฮับ ที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อบริการลูกค้าจากต่างประเทศที่มีแนวโน้มเข้ามาเป็นจำนวนมาก  ดังนั้น การควบคุมค่ายา – ค่ารักษาพยาบาล ที่ควบคู่กับการรักษาสมดุลระหว่างราคากับคุณภาพ จะเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาและวางรากฐานอนาคตได้อย่างยั่งยืนด้วย