19.
12
ข่าว | 19 12 2018

นายกฯประยุทธ์ ต้อนรับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย อิตาลียินดีต่อพัฒนาการทางการเมืองไทย ย้ำสนับสนุนการเลือกตั้ง และความร่วมมือพัฒนาระหว่างกันทุกด้าน

19 ธ.ค. 2561 เวลา 13.00 น.  ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ต้อนรับ นายโลเรนโซ กาลันตี Mr. Lorenzo Galanti เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย ที่เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก เนื่องในโอกาสเข้ารับหน้าที่ โดยภายหลังการหารือ พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้
 
นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวไทย และแสดงความยินดีที่ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้งฯ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา พร้อมขอให้เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ที่ประเทศไทย โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี ในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับอิตาลีอย่างเต็มที่ ด้านเอกอัครราชทูตกล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาประจำการที่ประเทศไทย และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทั้งประชาชนไทยและรัฐบาล พร้อมทั้งฝากความระลึกถึงจากนายกรัฐมนตรีอิตาลีมายังนายกรัฐมนตรีและประชาชนชาวไทยด้วย
 
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยและอิตาลีเป็นมิตรประเทศที่ดีต่อกันมาโดยตลอด โดยระหว่างการประชุมสุดยอดเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 12 ที่กรุงบรัสเซลส์ ได้มีโอกาสหารือกับนายจูเซปเป กอนเต นายกรัฐมนตรีอิตาลี ซึ่งเป็นโอกาสดีในการหารือเกี่ยวกับแนวทางในการส่งเสริมความสัมพันธ์และกระชับความร่วมมือระหว่างไทยกับอิตาลีในมิติต่าง ๆ นอกจากนี้ ไทยยังเห็นถึงศักยภาพของความร่วมมือระหว่างไทยกับอิตาลี เนื่องจากอิตาลีมีความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบราง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เทคโนโลยีทางด้านเกษตรและอาหาร การท่องเที่ยว รวมทั้งด้านอุตสาหกรรม ด้านการป้องกันประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยภายใต้นโยบายประเทศไทย 4.0 จึงอยากให้เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีสนับสนุนการลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และเชิญชวนอิตาลีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาล
 
เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีแสดงความยินดีที่ปี 2561 มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-อิตาลี เนื่องจากครบรอบ 150 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ซึ่งนอกเหนือจากการจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองและรำลึกถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมาอย่างยาวนานแล้ว ยังเป็นโอกาสดีที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างกันในอนาคตข้างหน้า ทั้งสองฝ่ายต่างมีศักยภาพที่จะขยายความร่วมมือระหว่างกันได้อีกมากในด้านความมั่นคง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม การท่องเที่ยว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจ ซึ่งอิตาลีสนใจลงทุนในด้านวิศวกรรมอากาศยาน เทคโนโลยีและนวัตกรรม และ smart farming
 
ในช่วงท้าย ทั้งสองฝ่ายยังหารือในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทย อิตาลี และอาเซียน โดยเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีกล่าวแสดงความยินดีที่ไทยจะเป็นประธานอาเซียนในปี 2562 และหวังว่า ไทยจะขับเคลื่อนอาเซียนไปสู่ความสำเร็จ และกระชับความเป็นหุ้นส่วนกับยุโรป รวมทั้งอิตาลีในการเสริมสร้างเสถียรภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้แก่ภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก 
 

ภายหลังเข้าพบนายกรัฐมนตรี เอกอัคราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ได้เข้าพบ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จากการหารือเพิ่มเติมได้ข้อสรุปเป็นที่น่าสนใจยิ่ง


เอกอัครราชทูตฯ ยินดีต่อพัฒนาการทางการเมืองของไทยที่กำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเลือกตั้งของไทยจะประสบความสำเร็จ และนำพาประเทศกลับคืนสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง สังคมที่ปรองดอง และบ้านเมืองที่มีเสถียรภาพต่อไป
 

ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าทั้งสองประเทศสามารถขยายความร่วมมือทั้งด้านการค้าและการลงทุนได้อีกมาก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศเพิ่มมากขึ้น และหวังว่า ทั้งสองประเทศจะสามารถจัดทำ FTA ระหว่างกันได้ในอนาคต นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรียังกล่าวสนับสนุนให้เพิ่มความร่วมมือด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคีทั้งสองประเทศ และยินดีที่ทราบว่า อิตาลีมีแผนจะเปิดสถาบันวัฒนธรรม (Italian Cultural Institute) ในไทย เพื่อเป็นศูนย์การสอนภาษาอิตาลีและเผยแพร่วัฒนธรรมอิตาลี ตลอดจนส่งเสริมให้นักศึกษาไทยไปเรียนต่อที่อิตาลี
 
ในช่วงท้าย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทยหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะรักษาปฏิสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเช่นนี้ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม ให้พัฒนาก้าวหน้ายิ่งขึ้น